จุดสำคัญในการบำรุงรักษาตู้เย็น

ตู้เย็นถือเป็นฮีโร่ที่ไม่มีใครพูดถึงในห้องครัว เนื่องจากมันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อเพื่อรักษาความสดของอาหารและถนอมอาหารที่ใกล้จะหมดอายุ การดูแลรักษาตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญชิ้นนี้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และบทความนี้จะแนะนำเทคนิคการดูแลรักษาตู้เย็นที่เป็นประโยชน์ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง ใช้พลังงานน้อยลง และเก็บรักษาอาหารของคุณให้สดใหม่ได้นานขึ้น ไม่ว่าคุณจะมีตู้เย็นขนาดใหญ่ ตู้เย็น side by side หรือมินิบาร์ เทคนิคเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์

เคล็ดลับการบำรุงรักษาตู้เย็น

ตรวจสอบอุณหภูมิ

เพื่อรักษาความสดของอาหารให้นานที่สุด ควรสังเกตและปรับอุณหภูมิของตู้เย็น ดังนี้ตั้งอุณหภูมิช่องแช่แข็งของคุณไว้ที่ 0 องศาฟาเรนไฮต์ (-18 องศาเซลเซียส) และช่องแช่เย็นอยู่ระหว่าง 34-40 องศาฟาเรนไฮต์ (1 ถึง 4 องศาเซลเซียส) เพื่อความมั่นใจว่าเครื่องทำงานอย่างถูกต้อง ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิภายในตู้เย็นอีกครั้ง

รักษาคอยล์ให้สะอาด

ตู้เย็นของคุณมีคอยล์ระบายความร้อนอยู่ด้านหลังหรือด้านใต้ ซึ่งฝุ่นและเศษต่างๆ อาจเกาะติดตามคอยล์เหล่านี้ได้เมื่อเวลาผ่านไป ส่งผลให้ระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพื่อป้องกันคอยล์ร้อนจัดจนเกินไปและช่วยประหยัดพลังงาน คุณควรทำความสะอาดคอยล์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอด้วยแปรงทำความสะอาดคอยล์หรือเครื่องดูดฝุ่น

ตรวจสอบรอยต่อและขอบยาง

เพื่อให้ความเย็นภายในตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบขอบยางของตู้เย็นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขอบยางที่ประตูตู้เย็นและช่องแช่แข็งทำจากยาง สังเกตดูร่องรอยการสึกหรอ รอยร้าว หรือรอยเสียหายหากพบปัญหา ควรเปลี่ยนขอบยางใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนเข้ามาด้านใน และป้องกันไม่ให้อากาศเย็นรั่วไหลออกไป

จัดระเบียบและลดความแออัดภายในตู้เย็น

ตู้เย็นที่จัดระเบียบเรียบร้อยจะช่วยให้หยิบอาหารได้ง่ายขึ้น และช่วยให้อากาศภายในไหลเวียนได้สะดวก ทำให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำ โดยทิ้งอาหารเก่าที่หมดอายุ และจัดเรียงชั้นวางใหม่เพื่อใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

ทำความสะอาดภายในตัวเครื่อง

ทําความสะอาดตู้เย็นง่ายๆดังนี้ เช็ดทำความสะอาดภายในตู้เย็นเป็นประจำ เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และยับยั้งการเจริญเติบของเชื้อโรค และทำความสะอาดพื้นผิว ลิ้นชัก และชั้นวาง โดยใช้ น้ำยาผสมเบกกิ้งโซดา หลังจากถอดชิ้นส่วนที่ถอดได้ออก เช่น ลิ้นชักและชั้นวาง ให้ล้างด้วยน้ำร้อนผสมสบู่

ละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง

เพื่อป้องกันการเกาะตัวของน้ำแข็งมากเกินไปควรละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็งเป็นประจำ เนื่องจากประสิทธิภาพและพื้นที่จัดเก็บของเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจลดลงเมื่อมีน้ำแข็งเกาะตัวมากเกินไป ปฏิบัติตามคำแนะนำในการละลายน้ำแข็งจากผู้ผลิตจะช่วยให้ตู้เย็นมีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น

ปิดประตูเมื่อไม่ใช้

เพื่อรักษาความเย็นภายในตู้เย็นให้คงที่ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดประตูตู้เย็นไว้ทุกครั้งเท่าที่จะทำได้ ทุกคนในบ้านโดยเฉพาะเด็กๆ ควรมีวินัยในการปิดประตูตู้เย็นให้สนิทหลังหยิบของเสร็จ พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ นี้ส่งผลเป็นอย่างมากต่อการประหยัดพลังงานภายในบ้าน

เปลี่ยนไส้กรองน้ำ

หากตู้เย็นของคุณมีช่องจ่ายน้ำและน้ำแข็ง คุณควรเปลี่ยนไส้กรองตามคู่มือแนะนำของผู้ผลิต คุณภาพของน้ำและประสิทธิภาพของช่องจ่ายน้ำจะลดลง หากไส้กรองอุดตันหรือหมดอายุการใช้งาน

ตรวจสอบเครื่องทำน้ำแข็ง

หากตู้เย็นของคุณมีช่องทำน้ำแข็ง คุณควรตรวจสอบเป็นประจำเผื่อมีสัญญาณของการชํารุดหรือน้ำรั่ว เพื่อให้ที่เก็บน้ำแข็งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดให้บ่อยตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมของเครื่องใช้ไฟฟ้าควรแก้ไขปัญหาทันที

บทสรุป

ถ้าคุณต้องการให้ตู้เย็นของคุณจะใช้งานได้ยาวนาน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเก็บอาหารสดใหม่ได้นานขึ้น คุณเพียงแค่ต้องดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ตามวิธีการเหล่านี้ง่ายๆ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าตู้เย็นจะทำงานได้ดีเหมือนใหม่ นอกจากจะช่วยรักษาอาหารให้เย็นและสดกรอบแล้ว ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ตู้เย็นคู่ใจของคุณทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมยาวนานหลายปี